
สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม โกดังสินค้า หรือศูนย์กระจายสินค้า “ประตู” ไม่ได้มีไว้แค่เปิด-ปิด แต่คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ส่งผลต่อความไหลลื่นของการขนส่ง (Logistics) และความปลอดภัยของสินค้ามูลค่ามหาศาลภายใน ประตูม้วนโรงงาน จึงต้องถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ แตกต่างจากประตูบ้านทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งในเรื่องของขนาดที่ใหญ่กว่า ความหนาของเหล็กที่มากกว่า และระบบขับเคลื่อนที่ต้องทนทานต่อการใช้งานหนัก (Heavy Duty)
หากคุณกำลังมองหาประตูม้วนสำหรับโรงงานใหม่ หรือต้องการเปลี่ยนประตูเดิมที่ชำรุด RAJA Rolling Shutter จะพาคุณไปเจาะลึกมาตรฐานประตูอุตสาหกรรม ว่าต้องเลือกสเปคอย่างไรให้คุ้มค่า ปลอดภัย และรองรับแรงลมพายุได้จริง ไม่พังง่ายๆ กลางทาง
มาตรฐานงานอุตสาหกรรมที่คุณวางใจได้ จาก RAJA Rolling Shutter
งานโรงงานคืองานที่พลาดไม่ได้ เพราะทุกนาทีที่ประตูเสีย หมายถึงการขนส่งที่หยุดชะงักและความเสียหายทางธุรกิจ ที่ บริษัท ราชาโรลลิ่งชัตเตอร์ จำกัด เราเป็นพาร์ทเนอร์ที่ได้รับความไว้วางใจจากนิคมอุตสาหกรรมชั้นนำมากว่า 40 ปี ด้วยจุดแข็งที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจ:
-
โรงงานผลิตมาตรฐาน: เราขึ้นรูปใบประตูและชุดเพลาเอง ควบคุมคุณภาพเหล็กและความหนาได้ 100% (Mill Sheet รับรองวัสดุ)
-
วิศวกรรมโครงสร้าง: เรามีทีมคำนวณโครงสร้าง (Structural Calculation) เพื่อให้มั่นใจว่าเสาและคานรับน้ำหนักประตูขนาดใหญ่ได้จริง
-
ทีมติดตั้งเฉพาะทาง: ช่างของเราชำนาญการทำงานบนที่สูงและงานเชื่อมโครงสร้างเหล็ก พร้อมใบเซอร์ความปลอดภัย (Safety Certificate)
-
บริการรวดเร็ว: เราเข้าใจว่าธุรกิจรอไม่ได้ เรามีทีม Service ที่พร้อมเข้าแก้ไขปัญหาด่วน เพื่อให้โรงงานของคุณเดินหน้าต่อได้ทันที
ประตูม้วนโรงงาน คืออะไร? ต่างจากประตูทั่วไปอย่างไร?
ประตูม้วนโรงงาน (Industrial Roller Shutter) ถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องเปิดขนาดใหญ่ (Large Opening) โดยเฉพาะ ซึ่งอาจมีความกว้างตั้งแต่ 6 เมตร ไปจนถึงกว่า 10 เมตร และมีความสูงที่รองรับรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ได้ ความแตกต่างหลักๆ อยู่ที่:
-
ความหนาใบประตู: ใช้เหล็กหนาพิเศษ (0.80 – 1.60 มม.) เพื่อความแข็งแรง
-
ขนาดเพลา: ใช้ท่อเหล็กขนาดใหญ่ (6-8 นิ้ว ขึ้นไป) หรือเพลาตัน เพื่อป้องกันการแอ่นตัว
-
ระบบขับเคลื่อน: เน้นใช้ระบบรอกโซ่ หรือมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง (3 เฟส)
ระบบขับเคลื่อนที่เหมาะสมกับงานอุตสาหกรรม
เนื่องจากประตูโรงงานมีน้ำหนักมาก (บางบานหนักเกือบ 1 ตัน) ระบบมือดึงจึงไม่สามารถใช้ได้ ต้องเลือกใช้ 2 ระบบนี้เท่านั้น:
1. ระบบรอกโซ่ (Chain Operation)
เหมาะสำหรับโกดังที่ไม่ได้เปิด-ปิดบ่อยนัก (เช่น เปิดเช้า-ปิดเย็น) หรือจุดที่ไม่ต้องการเดินระบบไฟฟ้า
-
ข้อดี: ทนทานมาก ราคาประหยัด บำรุงรักษาง่าย
-
ข้อจำกัด: เปิด-ปิดช้า ต้องใช้แรงคนสาวโซ่
2. ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Operation)
เหมาะสำหรับจุด Loading สินค้าที่มีรถเข้า-ออกตลอดวัน ต้องการความรวดเร็ว
-
ข้อดี: สะดวก รวดเร็ว รองรับการเชื่อมต่อกับระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ
-
ข้อควรระวัง: ควรเลือกมอเตอร์เกรด Industrial (AC 3 Phase) ที่ทนความร้อนจากการใช้งานต่อเนื่องได้ดี
ใบประตูเหล็กหนาและการเลือกใช้ลอน (Slat Profile)
ความหนาของเหล็กคือเกราะป้องกันภัยที่ดีที่สุด สำหรับโรงงาน เราแนะนำสเปคดังนี้:
-
ความหนา 0.70 – 0.80 มม.: สำหรับประตูขนาดกลาง (กว้างไม่เกิน 6 เมตร)
-
ความหนา 0.90 – 1.20 มม.: สำหรับประตูขนาดใหญ่ (กว้าง 6-8 เมตร)
-
ความหนา 1.50 – 1.60 มม.: สำหรับประตูจัมโบ้ (กว้างเกิน 8 เมตร) หรือพื้นที่ลมแรง
ประเภทของลอนใบประตู
-
ลอนมาตรฐาน: แข็งแรง คุ้มค่า
-
ลอนใหญ่ (Jumbo Slat): ใบใหญ่กว่าปกติ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างบานประตู
-
ใบเจาะรูระบาย (Perforated): ช่วยให้อากาศถ่ายเทในโกดัง ลดความร้อนสะสม และมองเห็นภายนอกได้
ระบบกันลม (Wind Lock System) สิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้
โรงงานมักตั้งอยู่ในพื้นที่โล่ง ซึ่งต้องเผชิญกับแรงลมปะทะ (Wind Load) รุนแรง โดยเฉพาะช่วงพายุฤดูร้อน หากเป็นประตูทั่วไป ใบประตูอาจหลุดออกจากรางและพังลงมาได้
ระบบ Wind Lock คือการติดตั้ง “ตุ๊กตากันลม” (Wind Hook) ไว้ที่ปลายใบประตู ซึ่งจะเกี่ยวล็อคกับรางข้างที่มีร่องพิเศษ ช่วยยึดใบประตูไม่ให้หลุดออกจากรางแม้โดนลมพายุพัดแรง เพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับโรงงาน
ควบคุมการเข้า-ออกอย่างเหนือชั้นด้วย Wi-Fi Control
การจัดการประตูโรงงานหลายๆ บานอาจเป็นเรื่องวุ่นวาย แต่ด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi Control จาก RAJA จะช่วยให้ผู้จัดการโรงงานหรือฝ่าย รปภ. ทำงานง่ายขึ้น:
-
รวมศูนย์สั่งการ: สั่งเปิด-ปิดประตูทุกบานในโรงงานได้ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือหรือแท็บเล็ต
-
จัดการสิทธิ์: สามารถแชร์สิทธิ์การเปิดประตูให้เฉพาะหัวหน้าคลังสินค้า หรือพนักงานขับรถโฟล์คลิฟท์ที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องกุญแจรีโมทหลายดอก
-
ตรวจสอบสถานะ: เช็คได้ทันทีผ่านมือถือว่าประตูบานไหนเปิดค้างอยู่ หรือบานไหนปิดเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ต้องเดินตรวจ
ความปลอดภัยกับระบบเซ็นเซอร์ (Safety Sensors)
ในพื้นที่ที่มีเครื่องจักรและพนักงานเดินขวักไขว่ ความปลอดภัยคือสิ่งที่ประนีประนอมไม่ได้:
-
Photo Cell Sensor: เซ็นเซอร์ตาแมว ตัดการทำงานเมื่อมีวัตถุขวางทางประตู
-
Bottom Edge Sensor: เซ็นเซอร์ขอบล่าง ดีดกลับอัตโนมัติเมื่อสัมผัสโดนสิ่งกีดขวาง
-
Fire Alarm Interface: เชื่อมต่อกับระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ให้ประตูเปิดอัตโนมัติเมื่อเกิดไฟไหม้ (หรือปิดลงเพื่อกันไฟ ตามการออกแบบ)
ขั้นตอนการติดตั้งมาตรฐานโรงงาน
-
Survey & Design: วัดขนาดหน้างาน คำนวณน้ำหนัก และออกแบบโครงสร้างเสาเอ็นทับหลัง
-
Production: ผลิตใบประตูและชุดเพลาตามขนาดจริงจากโรงงาน
-
Installation: ติดตั้งด้วยรถเครนหรือนั่งร้านมาตรฐาน โดยทีมช่างที่มีใบเซอร์
-
System Testing: ทดสอบการเปิด-ปิด ปรับตั้ง Limit Switch และระบบความปลอดภัย
-
Handover: ส่งมอบงานพร้อมคู่มือการใช้งานและการบำรุงรักษา
การบำรุงรักษาเพื่อความคุ้มค่า (Preventive Maintenance)
ประตูโรงงานใช้งานหนัก จึงควรมีการตรวจสอบตามรอบ:
-
ทุก 3 เดือน: ตรวจเช็คระบบเซ็นเซอร์และหยอดน้ำมันรางข้าง
-
ทุก 6 เดือน: ตรวจเช็คความตึงของโซ่ขับเคลื่อน และจารบีลูกปืน
-
ทุก 1 ปี: ตรวจสอบโครงสร้าง จุดเชื่อม และน็อตยึดต่างๆ ว่ายังแน่นหนาดีหรือไม่
ตาราง: การเลือกความหนาใบประตูตามความกว้าง (Guideline)
เลือกสเปคผิด ชีวิตเปลี่ยน ตารางนี้ช่วยให้คุณเลือกความหนาเหล็กได้เหมาะสมกับขนาดประตู เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
| ความกว้างของช่องประตู (เมตร) | ความหนาใบเหล็กที่แนะนำ (มม.) | ประเภทลอนใบ (Profile) | ระบบขับเคลื่อนที่แนะนำ |
| 3.00 – 5.00 ม. | 0.70 – 0.80 มม. | ลอนมาตรฐาน / ลอนใหญ่ | ไฟฟ้า / รอกโซ่ |
| 5.01 – 7.00 ม. | 0.90 – 1.00 มม. | ลอนใหญ่ (Big Slat) | ไฟฟ้า (Heavy Duty) |
| 7.01 – 9.00 ม. | 1.20 – 1.40 มม. | ลอนจัมโบ้ (Jumbo) | ไฟฟ้า 3 เฟส |
| 9.01 – 12.00 ม. | 1.50 – 1.60 มม. | ลอนซุปเปอร์จัมโบ้ | ไฟฟ้า 3 เฟส + Windlock |
ข้อมูลติดต่อ RAJA Rolling Shutter
หากคุณต้องการประตูม้วนโรงงานที่แข็งแกร่ง ปลอดภัย และบริการรวดเร็วทันใจ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก RAJA ได้ทันที
-
ที่อยู่: 2913, 2915, 2917 ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250
-
โทรศัพท์: 02-322-2228 ถึง 30
-
Email: rajashutters@hotmail.com
-
Facebook: Rajashutters
-
Website: rajashutters.com
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1. ประตูโรงงานกว้าง 10 เมตร ทำบานเดียวได้ไหม?
ทำได้ครับ โดยใช้ “ใบลอนจัมโบ้” ที่มีความหนาพิเศษ (1.5-1.6 มม.) และใช้มอเตอร์ขนาดใหญ่แบบ 3 เฟส (380V) แต่ต้องมีการคำนวณโครงสร้างเสารับน้ำหนักอย่างละเอียดครับ ซึ่ง RAJA เชี่ยวชาญงานสเกลนี้ครับ
2. ควรใช้มอเตอร์ไฟบ้าน (220V) หรือไฟโรงงาน (380V)?
สำหรับประตูโรงงานขนาดใหญ่ แนะนำให้ใช้มอเตอร์ไฟ 3 เฟส (380V) ครับ เพราะให้กำลังแรงบิดที่สูงกว่า ทนทานกว่า และกินกระแสไฟตอนสตาร์ทน้อยกว่ามอเตอร์ 1 เฟส (220V) ครับ
3. ระบบ Wi-Fi Control ใช้กับโรงงานได้จริงหรือ?
ใช้ได้จริงและมีประโยชน์มากครับ ช่วยให้หัวหน้างานควบคุมการเปิด-ปิดประตูได้โดยไม่ต้องเดินไปกดสวิตช์เอง และสามารถตรวจสอบได้ว่าพนักงานปิดประตูเรียบร้อยหรือยังผ่านมือถือ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยนอกเวลาทำการครับ
4. ถ้าประตูโดนรถโฟล์คลิฟท์ชน ซ่อมเฉพาะจุดได้ไหม?
ได้ครับ ข้อดีของประตูม้วนคือใบประตูประกอบจากแผ่นเหล็กย่อยๆ ร้อยต่อกัน หากเสียหายเฉพาะส่วนล่าง เราสามารถถอดเปลี่ยนเฉพาะใบที่บุบได้ ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งบาน ช่วยประหยัดงบซ่อมแซมครับ
5. ประตูม้วนโรงงานกันลมพายุได้แค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับสเปคที่เลือกครับ หากติดตั้งระบบ Wind Lock (ตุ๊กตากันลม) จะสามารถต้านทานแรงลมพายุได้ดีมาก ใบไม่หลุดจากราง ปลอดภัยสำหรับโรงงานที่ตั้งอยู่ในที่โล่งแจ้งครับ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
-
สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน (OSH) – มาตรฐานความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม https://www.tosh.or.th/
-
Thailand Industrial Today – นิตยสารและข้อมูลข่าวสารวงการอุตสาหกรรมไทย https://www.thailandindustrialtoday.com/
-
Wind Load Standards (ASCE 7) – มาตรฐานสากลเรื่องแรงลมปะทะอาคาร